Bangkok post> Jobs > Career guide

พระมหากษัตริย์แห่งข้าว ชาวโลกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

 

     ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษที่ทรงครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทรงทุ่มเทพระวรกายและพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาการเกษตรที่อยู่คู่กับชาวไทยมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการทำนาข้าว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งแปลงนาสาธิตในพระราชวังสวนจิตรลดาและนำพันธุ์ข้าวมาทดลองปลูก โดยทรงเตรียมแปลง หว่าน และเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง เพื่อทำการศึกษาหาวิธีการปลูกที่จะยังประโยชน์ให้ชาวนาได้มากที่สุด

     ระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ต่างๆ จะมีพระราชปฏิสันถารกับชาวนาที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จตลอดว่าผลผลิตเป็นอย่างไร และจะทรงเน้นย้ำกับชาวนาในท้องถิ่นว่าให้รักษาที่ดินทำนาไว้เพื่อให้ลูกหลานได้สืบต่ออาชีพของครอบครัว เนื่องจากทรงมีพระราชประสงค์ให้ชาวนาพึ่งพาตัวเองได้ภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง

     ความสนพระราชหฤทัยและเอาใจใส่ต่อชาวนาไทยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นที่รับรู้และยกย่องสรรเสริญไปถึงนานาชาติ ดังบทความส่วนหนึ่งจากวารสาร Rice TODAY (ไรซ์ทูเดย์) ของสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (IRRI) เรื่อง A Tribute to The Rice King ตีพิมพ์เมื่อปี 2550 ว่า “ชาวนาไทยโชคดีมากที่มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกหย่อมหญ้าเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน”

“…โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการทำนาข้าว พระองค์ทรงก่อตั้งโครงการธนาคารข้าว เพื่อเป็นการเก็บรักษาข้าวไว้บริโภคเมื่อขาดแคลน โดยมีผู้เก็บพิจารณาจำนวนข้าวที่จะให้ยืมและรับข้าวคืน ราษฎรที่ต้องการยืมข้าวให้ลงบัญชีไว้ เมื่อเก็บเกี่ยวได้แล้วให้นำมาคืนธนาคารพร้อมด้วยดอกเบี้ย (ข้าว) นำมาเก็บในธนาคารเป็นสมบัติของส่วนรวม”

     บทความในวารสารฉบับนี้ยังระบุอีกว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงศึกษาความอุดมสมบูรณ์ของดินเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวนา โดยทรงแก้ไขปรับปรุงดินเปรี้ยวและดินเค็มให้สามารถทำไร่ได้ นอกจากนี้ โครงการศึกษาการทำนาของพระองค์ยังพบสาเหตุที่กองทัพหนูบุกทำลายต้นข้าวนั้น สืบเนื่องมาจากชาวบ้านแถบนั้นมักจะจับงูซึ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติของหนูมาขายหรือประกอบอาหาร ทำให้ระบบนิเวศเสียความสมดุล

     นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังทรงสนพระราชหฤทัยในการศึกษาและวิจัยข้าวในต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2506 หลังจากนั้นได้ทรงติดตามกิจกรรมงานวิจัยภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับสถาบันฯ มาโดยตลอด

     และที่ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดต่อสถาบันแห่งนี้คือ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2540 และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำพระมหาพิชัยมงกุฎมาประทับเหนือสัญลักษณ์ของสถาบันฯ ภายในห้องโถงอาคารอำนวยการของสถาบันฯ ด้วย

     เราจะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเห็นความสำคัญของการปลูกข้าวมาก ดังจะ
เห็นได้จากเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการพัฒนาพื้นที่บ้านโคกกูแวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เมื่อ พ.ศ. 2536 พระองค์ตรัสว่า

“…ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะถึง 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก...”