Bangkok post> Jobs > Career guide

ชีวิตที่ไม่ถอยหลังแต่ก็ไม่เดินหน้ามันเป็นยังไงน่ะหรอ?

  • 7 สิงหาคม 2560 เวลา 10:14 น.
  • รายงานข่าวโดย: CLEO Thailand | 1 viewed

มีเพื่อนกลุ่มเดียวมาตั้งแต่เด็ก

แม้ว่าจะย้ายจากโรงเรียนไปมหาวิทยาลัย เรียนจบเริ่มทำงาน เปลี่ยนที่ทำงานกี่ครั้ง แต่เพื่อนที่ออกไปแฮงเอาท์กันก็มีอยู่แค่กลุ่มเดียวนี่แหละ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่เรารู้ว่าเราสนิทใจกับใคร แต่คนเราสร้างคอนเนคชั่น มีสังคมที่หลากหลายมันก็ดีกว่า ทำให้เราได้เปลี่ยนไปเสพทัศนคติที่ต่างกันบ้าง ไปฝึกการเข้าสังคมซึ่งบอกให้ว่ามันเป็นประโยชน์ต่อชีวิตได้จริงๆ

 

ผิดพลาดเมื่อไหร่โทษคนอื่นไว้ก่อน

โดยที่ไม่นึกถึงเลยว่าความผิดนั้นอาจจะเกิดขึ้นที่เราเป็นต้นเหตุ ไปโทษครอบครัว พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนแปลกหน้าว่าทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น นี่เป็นนิสัยเสียหลักๆ ของคนที่ไม่รู้จักรับผิดชอบและไม่ยอมแก้ปัญหาที่ตัวเองชัดๆ

 

ขอโทษมากเกินไป

พูดคำว่าขอโทษกับทุกสิ่ง ทั้งที่เราก็ไม่รู้ว่าเราผิดอะไร ไม่รู้ว่าผิดก็ไม่ต้องขอโทษ เพราะคำขอโทษมีเอาไว้สำหรับคนที่ทำผิดแล้วสำนึกจริงๆ เรื่องบางเรื่องก็แค่แก้ไขให้ถูกต้องเท่านั้น ยิ่งพูดว่าขอโทษมากเท่าไหร่มันจะทำให้ตัวเรารู้สึกด้อยค่าและคำขอโทษของเราก็จะด้อยค่าตามไปด้วย

 

เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเสมอ

ทั้งกับเพื่อนและคนทั่วไป เมื่อไหร่ที่เผลอนั่งสไลด์หน้าจอดูที่คนในโซเชียลเนตเวิร์คแชร์ชีวิตแล้วเห็นเพื่อนไปทำอะไรเก๋ๆ แต่งตัวดีๆ มีหุ่นเพรียวอย่างกับนางแบบแล้วล่ะก็ มักจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบว่าเขามีชีวิตดีกว่าฉันเยอะ ฉันทำอะไรอยู่ ทำไมฉันอ้วนเป็นหมู เพื่อนกับฉันใครหุ่นดีกว่ากัน หรือไม่ก็คิดเสมอว่าชีวิตเราแย่กว่าคนอื่นทั้งที่ยังไม่ได้มองในมุมที่เขาซ่อนเอาไว้ นี่ไม่ได้ทำให้ด้อยค่าอย่างเดียวนะ แต่ไร้ค่าได้เลยล่ะ

 

ท้อแล้วถอยเลย

เมื่อไหร่ที่อะไรๆ ไม่เป็นอย่างที่หวังก็ไม่พยายามให้หนักขึ้น มีลูกฮึดแค่ครั้งเดียว ไม่มีครั้งที่สอง พออะไรไม่สำเร็จก็ทิ้งไปเลยช่างมัน เวลาชอบใครถ้าเขาไม่ตอบรับทันทีก็ตัดใจง่ายๆ ไม่เหลือความพยายามใดๆ นิสัยนี้จะทำให้ไม่ได้สิ่งที่ต้องการหรือคนที่ต้องการมาไว้ในชีวิต เพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร ยอมอดทนกับอะไรแย่ๆ แค่เพราะไม่รู้ค่าของตัวเอง คิดดูสิว่าคนที่ประสบความสำเร็จใครเขาเกิดมาแล้วดีดนิ้วสั่งได้เลยบ้าง


อกหักตลอดเวลา

ทำให้ตัวเองรู้สึกน่าสงสารเหมือนว่าอกหักมาหลายร้อยครั้งและไม่รู้ว่าจะต้องก้าวไปข้างหน้ายังไง เพราะว่าความเจ็บปวดมันดึงรั้งเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเสียเหลือเกิน สิ่งเดียวที่ผิดในเรื่องนี้คือการจมอยู่กับอดีตแล้วเดินถอยหลังไปหาอนาคตต่างหาก นึกภาพออกมั๊ย แล้วเราจะไปในทางที่ถูกต้องได้ยังไง ถ้ายังไม่ยอมหันหลังให้อดีตซะที

 

ลืมแฟนเก่าไม่ได้

เพราะว่ายังรักอยู่! ก็เลยมองไม่เห็นความรักที่มีคุณค่าจากคนรอบตัว ลืมนึกถึงเพื่อนดีๆ และคนดีๆ ที่ให้ความรักอย่างอบอุ่นและหวังว่าถ่านไฟเก่าที่มอดไปแล้วจะคุขึ้นมาซะงั้น

 

บ่นไปเรื่อย

และไม่เคยรู้สึกดีว่าชีวิตเราได้ก้าวมาถึงจุดนี้จนไกลแค่ไหนแล้ว หลายสิ่งดีๆ ที่มีในชีวิตนั้นกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ลืมคิดไปว่าเราโชคดีแค่ไหนที่มีลมหายใจและที่ให้ซุกหัวนอน แต่กลับไปบ่นกับรถติด คนใจแคบที่เจอกันเพียงครั้งเดียว คนเราถ้าให้ความสำคัญกับอะไรชีวิตก็จะติดอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดนั่นแหละ

 

เก็บกักความโกรธไว้ในใจมาก

คนที่ไม่รู้จักปล่อยวางเอาแต่เจ้าคิดเจ้าแค้น คิดถึงแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตและไม่ปล่อยให้มันผ่านไปซะทีมันจะทำให้เราหลงลืมที่จะเอนจอยช่วงเวลาปัจจุบันปล่อยให้โอกาสดีๆ ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์สุดๆ โลกยังสามารถมองสิ่งดีๆ ในชีวิตให้อีกมาก อยู่ที่ว่าเราจะโฟกัสกับอะไร

 

ไม่เคยออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน

ไม่จำเป็นต้องออกไปใช้ชีวิตลำบากลำบนหรอกนะ แต่การได้ออกไปเจอโลกกว้างบ้างจะทำให้เราเห็นตัวเองในมุมมองที่กว้างขึ้น และโลกในมุมที่หลากหลายมากขึ้น ได้รู้ว่าชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว มีด้านดีๆ ก็มีด้านร้ายๆ และไม่มีด้านไหนอยู่กับเราไปตลอด ลองไปใช้ชีวิตในเมืองที่เราฝันมาตลอดดูสิ เราจะได้เรียนรู้จริงๆ เลยว่า ภาพในความฝันนั้นไม่เหมือนความจริง และนี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้กับทุกเรื่อง